วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561

เที่ยวพัทยา...ที่ไม่ใช่...หาดพัทยา


"พัทยา" เป็นแหล่งท่องเที่ยวเมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ สามารถสร้างรายได้ให้ประเทศปีละประมาณ 48,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 10 ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งประเทศ 

พัทยานอกจากจะมีชายหาดที่สวยงามมีชื่อเสียงโด่งดังแล้ว...ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจกระจายอยู่หลายแห่ง ทั้งในพัทยาเหนือ พัทยากลาง พัทยาใต้และจอมเที่ยน โดยบริเวณพัทยาเหนือยังมีบรรยากาศดั้งเดิมของชุมชนประมงหลงเหลืออยู่บ้าง เช่นบ้านเรือนโบราณความเป็นอยู่แบบเรียบง่าย ตลอดถนนสายนาเกลือ-พัทยา เมื่อมาถึงบริเวณวงเวียนปลาโลมาก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของถนนเลียบชายหาดผ่านพัทยากลาง ไปจนถึงพัทยาใต้ ส่วนหาดจอมเทียนนั้นต้องข้ามเนินเขาด้านหลังพัทยาใต้ไปก่อน จากนั้นจึงเข้าสู่บริเวณชายหาดที่เงียบสงบกว่าทางด้านพัทยา






ชุมชนบ้านนาเกลือ กับวิถีเดิมๆ ที่หาชมได้ใกล้พัทยา

หาดพัทยา

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) #อพท ได้ประกาศเขตพิเศษเพื่อการท่องเที่ยวครอบคลุมเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง คือเมืองพัทยา (ครอบคลุมพื้นที่เกาะล้าน เกาะไผ่) เทศบาลตำบลหนองปรือ,เทศบาลตำบลบางละมุง,เทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย,เทศบาลตำบลโป่ง,เทศบาลตำบลห้วยใหญ่,เทศบาลตำบลนาจอมเทียน,องค์การบริหารส่วนตำบลหนองปลาไหลและองค์การบริหารส่วนตำบลเขาไม้แก้ว ...มีขนาดพื้นที่ทั้งสิ้น 987.72 ตารางกิโลเมตร หรือ 617,325.0 ไร่

ทาง องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) #อพท  ได้จัดการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ หรือ Creative Tourism ไว้คือ การพัฒนาการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นความได้เปรียบด้วยการสร้างมูลค่า (Value Creation) ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานแห่งความเป็นไทย (Thainess) วิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นต้นทุนการท่องเที่ยวที่ประเทศไทยเรามีอยู่แล้วและไม่ว่าจะใช้ไปมากสักเท่าไหร่ก็ไม่ทำให้ต้นทุนนี้หมดไปแต่กลับยิ่งเป็นผลดีที่ได้ร่วมกันอนุรักษณ์สิ่งเหล่านี้ไว้

#อพท #Dasta #DastaXBlogger #ขับรถเที่ยวกับปตท #ปตท


เพลิน...เกาะล้าน


เกาะล้าน นั้นเรียกได้ว่าเป็นเกาะในอ่าวไทย ตั้งอยู่ในเขตเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งตั้งอยู่ในแนวขนานกับหาดพัทยา ห่างจากชายฝั่งเมืองพัทยาเพียง 7 กิโลเมตร ทั้งยังเป็นเกาะที่ไม่ไกลจากชายฝั่งมากนัก และก็ยังมีวิวและบรรยากาศที่สวยงาม ทั้งยังสามารถนั่งเรือไปเที่ยวแบบ ไปเช้า - เย็นกลับก็ได้ หรือ อาจจะเลือกพักบนเกาะกับ "ที่พักเกาะล้าน" ที่มีให้เลือกมากมาย รองรับนักท่องเที่ยว ได้ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ซึ่งเกาะล้าน เป็นชายหาดที่นักท่องเที่ยว ชอบมาเล่นกีฬาทางน้ำ เช่น เรือลาก เรือสกี ดำน้ำดูปะการัง เพราะจุดเด่นของเกาะคือหาดทรายขาว ทะเลสีฟ้าคราม และเป็นสถานที่ที่น้ำทะเลสะอาดน่าเล่น

"เกาะล้าน" เป็นเกาะเล็กๆ ที่มองเห็นได้ชัดเจนจากชายหาดพัทยา เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ เกาะล้านมีชายหาดที่สวยงามที่ตรึงตราตรึงใจนักท่องเที่ยว รวมทั้งน้ำทะเลก็สวยใส เช่นที่ หาดตาแหวน หาดเทียน หาดนวล หวดตายาย หาดสังวาลย์ หาดแสม และหาดทองหลาง


กังหันลมทางขึ้นจุดชมวิวเกาะล้าน


หาดตายาย

สะพานไม้โบราณไปหาดสังวาลย์

หาดตาแหวน

หาดเทียน

มองจากจุดชมวิวเกาะล้าน เห็นหาดแสมสวยงาม


อเมซิ่ง...หมู่เกาะไผ่

 หมู่เกาะไผ่ ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่แต่งแต้มสีสันให้กับเมืองพัทยาและผู้ที่มาเที่ยวพัทยาให้สนุกเพลิดเพลินไปกับการท่องเที่ยว จนกลายเป็นการพูดปากต่อปากและได้รับความนิยมจากผู้มาเยือนเพิ่มมากขึ้น




หมู่เกาะไผ่ นั้นตั้งอยู่ห่างจากเมืองพัทยา ไปประมาณ 8 กิโลเมตร โดยเป็นหมู่เกาะที่ประกอบไปด้วย 5 เกาะด้วยกันคือ เกาะกลึงบาดาล เกาะมารวิชัย เกาะลิ้น เกาะเหลือม และเกาะหูช้าง โดยมีเกาะไผ่ เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด โดยปัจจุบันนั้นมันอยู่ในพื้นที่การดูแลของทหารเรือ จึงทำให้ยังมีธรรมชาติที่งดงามและสมบูรณ์อยู่ โดยนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมส่วนใหญ่แล้วจะเป็นชาวต่างชาติที่ชื่นชอบธรรมชาติที่สวยงาม เพราะหมู่เกาะแห่นี้ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ เลย



หมู่เกาะไผ่ที่เกาะเหลือมมีถ้ำหินสวยงาม อเมซิ่งมาก

บริเวณโดยรอบของ หมู่เกาะไผ่ นั้นจะเป็นโขดหินเสียส่วนใหญ่ ทำให้ไม่เหมาะกับการเล่นนำเท่าที่ควร แต่จะมีเพียงเกาะไผ่เกาะเดียวที่มีหาดทรายตั้งอยู่ให้นักท่องเที่ยวได้ลงเล่นน้ำและอาบแดดกันได้บ้าง ซึ่งมีความสวยงามและเหมาะกับการลงเล่นน้ำทะเล อีกทั้งยังมีบรรยากาศที่แสนจะสงบเงียบอีกด้วย จึงมีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่จะนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวยังเกาะแห่งนี้ แต่ก็น่าเสียดายว่าหมู่เกาะแห่งนี้ไม่อนุญาตให้พักค้างคืน ฉะนั้นแล้วนักท่องเที่ยวอย่างคุณจึงเหมาะที่มาท่องเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับมากกว่า


หมู่เกาะไผ่ มีความสวยงามของแนวปะการังที่เรียกว่ายังสมบูรณ์เป็นอย่างมาก โดยสามารถดำน้ำดูปะการังก็ได้ ซึ่งแนวปะการังในจุดนี้ขึ้นชื่ออย่างมากในเรื่องของความสวยงาม ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวหมู่เกาะไผ่ส่วนใหญ่แล้วก็มาเพราะแนวปะการังที่ขึ้นชื่อแนวนี้นั่นเอง




ทะเล ชายหาดยังสดสมบูรณ์

ตะวันตกน้ำที่เกาะไผ่


หาดจอมเทียน

เดิมเป็นหาดที่สงบเงียบมีเพียงร้านค้าเล็กๆ เรียงรายอยู่เลียบชายหาดแต่ทุกวันนี้ เต็มไปด้วยโรงแรม ที่พักตากอากาศและคอนโดมิเนียม เวิ้งหาดกว้างปูด้วยผืนทรายละเอียด ร่มรื่นด้วยต้นไม้เรียงรายทอดตัวยาว นักท่องเที่ยวบางกลุ่มนิยมเดินเล่นไปตาผืนทราย หรือไม่ก็สนุกกับกิจกรรมทางทะเล นอกจากนี้ร้านอาหารทะเลขึ้นชื่อหลายร้านยังตั้งอยู่บริเวณชายหาดแห่งนี้ด้วย




ปัจจุบันหาดจอมเทียน ได้มีการปรับภูมิทัศน์ใหม่ มีการปลูกต้นตาล ต้นปาร์ม และต้นมะพร้าวเพิ่ม ทำให้หาดแห่งนี้สวยงาม สะอาด สะอ้านน่าไปท่องเที่ยวพักผ่อน ทุกวันพุธที่หาดจอมเทียนจะไม่มีเตียงผ้าใบกาง ทำให้บริเวณชายหาดดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ชายหาดกว้างขวาง นักท่องเที่ยวมักนิยมนำเสื่อไปปูปิคนิค กันเป็นครอบครัวอย่างมีความสุข

และที่หาดแห่งนี้ยังมีการทำประมงพื้นบ้าน จึงมีปลา ปู หมึกฯลฯ ขึ้นจากเรือสดๆ ขายให้นักท่องเที่ยวในราคาถูกกว่าท้องตลาดอีกด้วยอีกด้วย

หาดจอมเทียนเหมาะสำหรับปั่นจักยาน เพราะรถไม่พลุกพล่านเหมือนพัทยา


หาดจอมเทียนปรับภูมิทัศน์ใหม่สวยงามน่าเที่ยว




มีกลุ่มประมงพื้นบ้านที่หาดจอมเทียน

ไม่ไกลจากหาดจอมเทียนมากนัก มีชายหาดเล็กๆ แห่งหนึ่งชื่อว่า "หาดดงตาล" ที่นี่เป็นชายหาดที่มีความสงบของพัทยา สลัดความพลุกพล่านวุ่นวาย แตกต่างจากหาดอื่นๆ ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวนิยมมานอนอาบแดด นั่งรับลมริมทะเล ทำให้ชายหาดแห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ




หาดดงตาล หาดเล็กที่เชื่อมต่กับหาดจอมเทียน เป็นหาดที่สงบเงียบสวยงาม


ชุมชนจีนโบราณ...บ้านชากแง้ว

ชุมชนตลาดชากแง้ว หรือ ชุมชนชากแง้ว เป็นชุมชนที่มีมายาวนานกว่าร้อยปี ชุมชนอยู่ห่างจากทะเลประมาณ 8-9 กิโลเมตร ทำให้ให้ชุมชนอุดมสมบูรณ์ทั้ง ดิน น้ำ และป่าไม้

ชุมชนชากแง้ว เริ่มก่อตั้งมาจากการที่มีชาวจีนโล้สำเภา หนีความแห้งแล้งมายังประเทศไทย ทำให้ชาวจีนหลายครอบครัวตั้งรกราก สร้างครอบครัวขึ้นที่บ้านชากแง้ว ทำให้วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ ของคนจีนถือกำเนิดขึ้นที่นี่  รวมถึงสถานที่สำคัญของชุมชนชากแง้ว ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นลำดับ ได้แก่ 1.ก่อตั้งชุมชน 2.สร้างศาลเจ้า 3.ตั้งโรงงิ้ว 4.ตั้งสุสาน(ฮวงซุ้ย) 5.ตั้งโรงเจ ส่งผลให้เกิดคุณค่าทางด้านสถาปัตยกรรมที่สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมและอดีตที่รุ่งเรือง อาทิโรงหนังชากแง้วรามา โรงโม่แป้ง และยังคงหลงเหลือร่องรอยของการค้าอันรุ่งเรือง โดยมีร้านค้าหลายร้านที่ยังเปิดกิจการค้าขายมาจนถึงปัจจุบัน



ปัจจุบันชุมชนบ้านชากแง้ว ได้มีการจัดถนนคนเดิน แต่ละบ้านจะทำอาหาร ขนมโบราณ ของที่ระลึก ฯลฯ ออกมาวางขาย มีรถลากโบราณคอยบริการนักท่องเที่ยว บ้านไม้เก่าหลายหลังถูกอนุรักษ์ ทุกวันเสาร์นักท่องเที่ยวจะคึกคักตั้งแต่ประมาณ 15.00-21.00 น.

เสน่ห์ร้านค้าตลาดจีนชากแง้วคือ อาหารโบราณหลากหลายชนิด อาทิ ข้าวต้มโบราณ ขนมกุยช่าย บะจ่าง น้ำเต้าหู้ ขนมเปี๊ยะโบราณ ขนมโป๊งเหน่ง ก๋วยเตี๋ยวหลอดทรงเครื่องโบราณ 10 ปี หอยจ้อ ก๋วยเตี๋ยวปลา เต้าหู้ทอด เผือกทอด ก๋วยจั๊บ และอีกมากมาย ทุกอย่างล้วนอร่อย ใครมีโอกาสแวะเวียนไปเที่ยวทางพัทยาในช่วงวันเสาร์ ลองหาโอกาสเข้าไปเที่ยวหาอาหารอร่อยๆ ทานที่ ..."ชุมชนจีนโบราณบ้านชากแง้ว" กันครับ 

บริการรถลากแบบจีนโบราณ ให้นักท่องเที่ยว







ทุกวันเสาร์จะมีอาหารโบราณอร่อยๆ มาขายที่ถนนคนเดิน บ้านชากแง้ว


ทุกวันเสาร์เวลา 14.00 - 22.00 บ้านชากแง้วจะมีถนนคนเดิน

เขาชีจรรย์...พระพุทธฉายแกะสลักใหญ่ที่สุด

พัทยานอกจากมีชายหาดที่สวยงามจนนักท่องเที่ยวทั่วโลกยอมรับแล้ว ก็ไม่ควรพลาดที่จะไปท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่อยู่รอบ ๆ เมืองพัทยา และอีกสถานที่หนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำก็คือ “เขาชีจรรย์”

ที่นี่สร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติเป็นปีที่ 50 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานนามของพระพุทธรูปว่า “พระพุทธมหาวชิรอุตโมภาสศาสดา” เป็นพระพุทธรูปประทับ นั่งปางมารวิชัยเลียนแบบ พระพุทธนวราชบพิตรศิลปะสุโขทัยผสมล้านนา มีรอยแกะสลักสูง 109 เมตร และกว้าง 70 เมตร

นอกจากนี้โดยรอบๆ บริเวณยังถูกจัดให้เป็นสวนที่ร่มรื่นที่มีทั้งต้นไม้ใหญ่น้อยสวยงาม มีศาลาให้นั่งพักผ่อน รวมถึงหินที่มีลักษณะรูปร่างแปลกตาเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้หามุมสวย ๆ ถ่ายรูปอีกด้วย และการที่จะมองพระพุทธรูปให้สวยงามและชัดเจนนั้น ก็มีหลากหลายมุมให้คุณได้เลือกมอง ไม่ว่าจะผ่านจากต้นไม้ใหญ่ ในศาลา หรือลานด้านหน้าของพระพุทธรูป โดยทางเขาชีจรรย์จะมีป้ายบอกจุดที่ชมหน้าผาได้สวยที่สุดไว้เป็นข้อมูลให้นักท่องเที่ยว




พระพุทธมหาวชิรอุตโมภาสศาสดา...เขาชีจรรย์


ชุมชนบ้านตะเคียนเตี้ย


ผมมีโอกาสแวะเข้าไปเที่ยวชุมชนบ้านตะเคียนเตี้ย ซึ่งเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เป็นชุมชนวิถีศิลปะพื้นบ้าน ศูนย์เรียนรู้วิถีชุมชนไทย วิถีชาวสวนมะพร้าว เป็นชุมชนที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองพัทยา เพียงขับรถยนต์แค่ 10 นาที มุ่งหน้ามายังอำเภอบางละมุง ก็จะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตที่แตกต่างกันสุดขั้ว เพราะที่ชุมชนตะเคียนเตี้ย จังหวัดชลบุรี ยังคงมีวิถีชีวิตที่สงบ เรียบง่าย พอเพียงตามวิถีชีวิตสมัยก่อน แถมยังมีเรื่องราวทางวัฒนธรรมมากมายที่น่าสนใจ


ซึ่งองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) #อพท ได้ช่วยเขามาดูแลชุมชนตะเคียนเตี้ยแห่งนี้ ด้วยการจัดการท่องเที่ยวสร้างสรรค์หรือ Creative Tourism การพัฒนาการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นความได้เปรียบ ด้วยการสร้างมูลค่า (Value Creation) ด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานแห่งความเป็นไทย (Thainess) วิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์

#อพท #Dasta #DastaXBlogger #ขับรถเที่ยวกับปตท #ปตท

ที่ชุมชนตะเคียนเตี้ยมี #บ้านร้อยเสา เป็นบ้านที่รวบรวมมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน มีการแสดงข้าวของเครื่องใช้สมัยก่อน พร้อมเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่กินอยู่อย่างพอเพียง เช่น วิธีเปลี่ยนขยะให้เป็นของมีค่า ทำตู้เย็นธรรมชาติจากการปลูกพืชสวนครัวเป็นต้น และที่บ้านร้อยเสา นักท่องเที่ยวยังได้เรียนรู้การทำพวงมะโหตร สำหรับใช้แขวนในงานมงคลต่างๆ จากเจ้าของบ้านผู้ใจดีอีกด้วย



บ้านร้อยเสา



ในชุมชนบ้านตะเคียนเตี้ยยังมีผืนป่า พื้นที่ประมาณ 6 ไร่เศษที่เขียวชอุ่มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ มีการจัดกิจกรรมชมสวนป่าพันธุ์ไม้ยืนต้น สาธิตการใช้พลังงานทดแทนเครื่องตะบันน้ำ และสอนทำน้ำมะพร้าวสกัดเย็น ที่นี่ยังมีกาแฟสูตรพิเศษเฉพาะที่หากินที่ไหนไม่ได้ คือกาแฟกะทิสด










อีกหนึ่งความรื่นรมย์ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด คือการปั่นจักรยานในสวนมะพร้าว ชมวิธีการปลอกมะพร้าว แปรรูปมะพร้าว รู้จักการกำจัดศัตรูพืชโดยการใช้ “แตนเบียน”


อาหารพื้นถิ่น ที่เมื่อใครไปเยือนชุมชนบ้านตะเคียนเตี้ยแล้วไม่ควรพลาดคือ แกงไก่กะลา รสเด็ด ที่ใช้เนื้อกะลาอ่อนกรุบกรอบมาผัดใส่พริกแกงเผ็ดรสเด็ด ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของที่นี่
“หมู่บ้านตะเคียนเตี้ย” เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่อนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมเหมาะสำหรับให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา...จากแต่เดิมที่นี่ทำนาเพื่อยังชีพเท่านั้นก็เริ่มมีรายได้จากการปลูกมะพร้าว จนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของหมู่บ้าน และทำให้คนในชุมชนมีคุณภาพที่ดีขึ้น...จนกลายเป็นชุมชนตัวอย่างของการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ



ชุมชนชาวมุสลิมบ้านเนินพลับหวาน

ชุมชนมุสลิมบ้านเนินพลับหวาน เป็นชุมชนดั้งเดิมที่ ถือกำเนิดมาจากตระกูล แก้วสุวรรณ และ ตระกูล ยุทธนาวา  

 เป็นชุมชนที่ยึดมั่นในศาสนาและตั้งอยู่ท่ามกลางความเจริญของพัทยา จึงเป็นเสมือนที่พำนักทางจิตใจและศรัทธาของพี่น้องมุสลิมที่เดินทางมาจากทั่วโลกเพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิถีชีวิตมุสลิมบ้านเนินพลับหวาน

งานหัตถกรรมจากหนังสัตว์ (หนังแพะ) ถือเป็นงานฝีมือที่เป็นวิถีของชุมชน มีการผลิตหลากหลายรูปแบบทั้งกระเป๋า หมวก โคมไฟ พวงกุญแจ นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ประเภทงานเครื่องหนังและความสำคัญและของภาษาอาหรับในสังคมมุสลิม เรียนรู้การอ่านอักษรภาษาอาหรับ ทั้งสระ พยัญชนะ และการผสมคำ โดยปราชญ์ชุมชน ก่อนที่จะเขียนลงไปบนเครื่องหนังที่นักท่องเที่ยวจะลงมือทำให้เป็นพวงกุญแจด้วยตนเอง ในระหว่างนั้นจะได้สนทนา สอบถามความรู้เกี่ยวกับวิถีของมุสลิมเพื่อนำไปสู่ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในพื้นที่ท่องเที่ยวและเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม

ภายในชุมชนนอกจากมีผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ผลิตจากหนังแพะ หนังแกะแล้ว ยังมี อาหารฮาลาล ซึ่งเมื่อนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมไปเที่ยวพัทยาอยากทานอาหารฮาลาลพื้นบ้านได้ที่ชุมชนแห่งนี้ รวมถึงมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และกิจกรรมสำคัญทางศาสนาของชาวมุสลิม เมื่อถึงวันสำคัญ





ชุมชนมุสลิมบ้านเนินพลับหวาน เป็นชุมชนที่ยึดมั่นในศาสนาและตั้งอยู่ท่ามกลางความเจริญของพัทยา จึงเป็นเสมือนที่พำนักทางจิตใจและศรัทธาของพี่น้องมุสลิมที่เดินทางมาจากทั่วโลกเพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิถีชีวิตมุสลิมบ้านเนินพลับหวาน อ. บางละมุง จ.ชลบุรี ชุมชนจัดเตรียมกิจกรรมทำ “พวงกุญแจด้วยหนังแพะ” พร้อมเรียนรู้การฉลุชื่อภาษาอาหรับ

งานหัตถกรรมจากหนังสัตว์ (หนังแพะ) ถือเป็นงานฝีมือที่เป็นวิถีของชุมชน มีการผลิตหลากหลายรูปแบบทั้งกระเป๋า หมวก โคมไฟ พวงกุญแจ นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ประเภทงานเครื่องหนังและความสำคัญและของภาษาอาหรับในสังคมมุสลิม เรียนรู้การอ่านอักษรภาษาอาหรับ ทั้งสระ พยัญชนะ และการผสมคำ โดยปราชญ์ชุมชน ก่อนที่จะเขียนลงไปบนเครื่องหนังที่นักท่องเที่ยวจะลงมือทำให้เป็นพวงกุญแจด้วยตนเอง ในระหว่างนั้นจะได้สนทนา สอบถามความรู้เกี่ยวกับวิถีของมุสลิมเพื่อนำไปสู่ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในพื้นที่ท่องเที่ยวและเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม



เลี้ยงแพะและแกะเพื่อเป็นอาหารแล้วนำหนังมาทำผลิตภัณฑ์ชุมชน







บ้านสุขาวดี 

บ้านสุขาวดี เป็นบ้านของ ดร.ปัญญา โชติเทวัญ (เจ้าของสหฟาร์ม) จากประวัติของบ้านได้บอกไว้ว่า ในช่วงที่ประเทศไทยมีวิกฤตเศรษฐกิจ มีชาวต่างชาติมายึดกิจการของคนไทยเป็นจำนวนมาก ทาง ดร.ปัญญา โชติเทวัญ จึงอยากสร้างบ้านสุขาวดีขึ้นมา เพื่อเป็นศักดิ์ศรีของคนไทย จากคำพูดของ ดร.ปัญญา โชติเทวัญ ว่า “ผมเอาไว้เป็นบ้าน เพื่อให้คนไทยใช้อ้างอิงได้ในโลกนี้ว่านี่เป็นบ้านของคนไทย” บ้านสุขาวดีจึงได้เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2543 มีพื้นที่รวม 80 ไร่


ความหมายของบ้าน สุขาวดีแปลว่า ดี ขาวดี สีของบ้านเป็นโทนสีฟ้าและสีชมพู โดยสีชมพูหมายถึงความรัก และสีฟ้าเป็นสีของน้ำ

การตกแต่ง บ้านสุขาวดีตกแต่งภายนอกด้วยโทนสีชมพูและสีฟ้า สถาปัตยกรรมแบบโรมัน มีรูปภาพและรูปปั้นจำนวนมากอยู่ภายในบ้านสุขาวดี


สถานที่ภายในบ้านสุขาวดีมีดังนี้

1.อาคารพระแม่กวนอิม (Main building & Goddess of Mercy)
2.อาคารโดมพระ (Buddha tower)
3.ศาลหลักเมือง (Sukhawadee?s Pillar Shrine)
4.ความลับสวรรค์ (Yin – Yang Zone)
5.อาคารพุทธบารมี (Buddhabaramee/Convention Hall) / เวที่เฉลิมพระเกียรติ (Royal Chalermprakiet stage)
6.โดมละหมาด (Salah Dome ) / อาคารไอริสโซเฟีย (Airis Sophia?s souvenir shop )
สหฟาร์มสเตชั่น (Saha Farm Station)
7.จุดบริการอาหารและเครื่องดื่ม ( Saha Farm Kitchen & Restaurant)
8.อาคารสโมสร (Club House)
9.อาคารสัจธรรม (Hall of Truth)











บ้านสุขาวดีตั้งอยู่ที่ถนนสุขุมวิทติดทะเล อำเภอบางละมุง ถ้ามาจากกรุงเทพจะอยู่ทางขวามือ สังเกตุไม่ยากจะเห็นอาคารสีฟ้า-ชมพูอยู่เด่นชัด


“ปราสาทสัจธรรม” ปราสาทไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ปราสาทสัจธรรม (Sanctuary of Truth) เป็นปราสาทที่ทำด้วยไม้ทั้งหลังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นปราสาทไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่ แหลมราชเวช ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสุดอันซีนในเมืองพัทยา

"ปราสาทสัจธรรม"ปราสาทที่ทำด้วยไม้ทั้งหลังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแห่งนี้ มีเนื้อที่ 80 ไร่ ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกว่า “วังโบราณ” บ้างก็เรียกตามวัสดุของตัวอาคารว่า “ปราสาทไม้” สร้างโดย คุณเล็ก วิริยะพันธุ์ นักธุรกิจผู้ชื่นชอบสถาปัตยกรรมไทยและศาสนาพุทธ อีกทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้งเมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ และพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณด้วย

ภายในปราสาทได้แฝงเนื้อหาทางปรัชญา และศิลปวัฒนธรรมันเป็นมรดกของมนุษย์ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของศาสนาในฐานะเป็นเครื่องค้ำจุนโลก โดยเน้นหลักสำคัญคือ “ก่อกำเนิดทั้ง 7 และคุณธรรมข้อประพฤติปฏิบัติทั้ง 4”






ปราสาทสัจธรรมเริ่มก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2524  ตัวปราสาทสร้างด้วยไม้ทั้งหลัง ไม่มีโลหะหรือปูนเข้ามาปะปน ยกเว้นส่วนฐานที่เป็นคอนกรีต  มีการใช้ระบบเข้าเดือยไม้แบบไทย  หรือใส่สลักไม้ตามภูมิปัญญาโบราณ  ตัวปราสาทเป็นทรงจัตุรมุข  สูง 100 เมตร กว้าง 100 เมตร  แกะสลักลวดลายอย่างวิจิตรพิสดาร   ทั้งภายนอกและภายใน  กล่าวกันว่างามดั่งเทพนฤมิต  สะท้อนแนวคิดนามธรรมออกมาตีแผ่เป็นรูปธรรมให้สัมผัสได้ สื่อถึงความสำคัญของศาสนาและปรัชญาตะวันออก





นักท่องเที่ยวสามารถที่จะซื้อตั๋วในการนั่งช้างชมปราสาทได้ด้วย โดยภายในปราสาทจะมีกิจให้ทำอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น เล่น ATV ,นั่งสปีดโบท,ขี่ม้าชมปราสาท หรือ “นั่งเรือขุดโบราณ” ชมบรรยากาศสวยๆ รอบองค์ปราสาทฯ

ข้อมูล  ปราสาทสัจธรรม พัทยา




“ปราสาทสัจธรรม” ปราสาทไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก


การท่องเที่ยวในชุมชนถือเป็นการท่องเที่ยวในมิติใหม่ที่มีการบริหารจัดการโดยชุมชนอย่างสร้างสรรค์และมีมาตรฐานก่อให้เกิดการเรียนรู้ เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมท้องถิ่น และคุณภาพชีวิตที่ดี

เสน่ห์ของการท่องเที่ยวชุมชน ไม่ได้อยู่ที่ความยิ่งใหญ่ของสถานที่ หรือสิ่งปลูกสร้างใดๆ แต่อยู่ที่เรื่องราวที่ร้อยเรียงกัน จากสิ่งของสู่เรื่องเล่า จากมิตรภาพสู่เครือญาติ เป็นเสน่ห์ที่อยู่บนความแตกต่างแต่ลงตัว

มาร่วมกันเดินทางตามหาประสบการณ์การท่องเที่ยวครั้งใหม่ ที่คุณจะได้มากกว่าการพักผ่อนหย่อนใจ แต่ได้มอบความสุข ความภูมิใจให้กับคนในชุมชนอีกด้วย

เที่ยวพัทยา...ที่ไม่ใช่...หาดพัทยา

ไม่มีความคิดเห็น:

แกลอรี่รูปภาพTiewZogZag