วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เที่ยวตามรอยกวีเอกสุนทรภู่...นิราศเมืองแกลง...ชุมชนจีนโบราณบ้าน"ชากแง้ว"

สามปีมาแล้วที่ผมเคยเขียนถึง "ชุมชนจีนโบราณ...บ้านชากแง้ว" ลงในบล๊อกของ โอเคเนชั่น
 บ้านชากแง้วในวันนั้นเงียบสงบ ผมใช้กล้องคอมแพคธรรมดาหรือที่เขาเรียกกันว่ากล้องปัญญาอ่อนเดินถ่ายภาพบ้านไม้โบราณแบบเก่าๆ อาคารเรียนเก่า ตลาด ชุมชน 
ผมมองว่าบ้าน "ชากแง้ว" ที่ผมเห็นยังคงเป็นชุมชนที่เก่าแก่คลาสสิค สวยงาม วันนั้นผมยังคิดเล่นๆเลยว่า ถ้าชุมชนจีนโบราณบ้านชากแง้ว พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เหมือนตลาดร้อยปีที่สามชุก ก็คงจะดี เพราะอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต อย่างพัทยา สวนนงนุช ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค เขาชีจรรย์ หรือแม้แต่ทะเลสัตหีบ ฯลฯ
มีอยู่ช่วงหนึ่งผมอ่าน นิราศเมืองแกลง ของกวีเอกสุนทรภู่ เพื่อจะท่องเที่ยวตามรอยเก็บภาพสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์  ที่ท่านเคยพูดถึง ผ่าน และพำนัก
ผมไล่อ่านนิราศและแกะรอยตามไปเรื่อยๆก็มีบ้าน "หนองชะแง้ว" หรือ บ้าน "ชากแง้ว" ในปัจุบัน ถูกแผ้วถาง เพื่อเป็นที่พักอาศัยในค่ำคืนหนึ่ง ก่อนที่จะเดินทางไปยังเมืองแกลงอีกด้วย


เขม้นเมินเดินตรงเข้าดงดึก    ดูซึ้งซึกมิได้เห็นพระสุริย์ใส
เสียงฟ้าร้องก้องลั่นสนั่นไพร   ไม้ไหวไหวเหลียวหลังระวังคอย
สงัดเงียบเยียบเย็นยะเยือกอก        น้ำค้างตกหยดเหยาะลงเผาะผอย
พฤกษาสูงยูงยางสล้างลอย     ดูชดช้อยชื่นชุ่มชอุ่มใบ
ถึงปากช่อง"หนองชะแง้ว"เข้าแผ้วถาง แม้นค่ำค้างอรัญวาได้อาศัย
เป็นที่ลุ่มขุมขังคงคาลัย  วังเวงใจรีบเดินไม่เมินเลย
หนทางรื่นพื้นทรายละเอียดอ่อน      ในดงดอนดอกพะยอมหอมระเหย
หายละหวยด้วยพระพายมาชายเชย ชะแง้เงยแหงนทัศนามา


และนี้คือบทกลอน นิราศเมืองแกลง ของกวีเอกสุนทรภู่ ที่ได้กล่าวถึง บ้าน "หนองชะแง้ว" หรือ "ชากแง้ว" จะเห็นว่าสมัยก่อนเส้นทางผ่านบ้านชากแง้วยังอุดมไปด้วยป่า และเป็นที่ลุ่มมีหนองน้ำขัง


บ้าน "ชากแง้ว" ตั้งอยู่ในพื้นที่เทศบาลตำบลห้วยใหญ่ ชุมชนชากแง้ว ถือว่าเป็นชุมชนที่มีความโดดเด่นมีเอกลักษ์เฉพาะ ทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณี  


ที่ชุมชนชาวจีนโบราณบ้าน"ชากแง้ว" มี  ศาลเจ้าแม่ทับทิม   สุสานจีนซูตึ้ง  โรงหนังโบราณ โรงฝิ่นโบราณ ฯลฯ 


รวมถึงงานประเพณีที่สำคัญที่จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เช่น  งานประเพณีไหว้พระจันทร์ งานประเพณีศาลเจ้าแม่ทับทิม งานประเพณีออกพรรษา  


ยุคหลังๆ พื้นที่ และบ้านเรือนแบบโบราณโดยทั่วไป เสื่อมโทรมตามกาลเวลา รวมถึงวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตดั้งเดิมก็กำลังหายไป 


ลูกหลานชาวบ้าน "ชากแง้ว" รุ่นใหม่ๆ ได้ขยับขยาย ออกไปทำมาหากิน ทำธุรกิจ ยังพื้นที่อื่น ที่มีความเจริญกว่า...ทำให้บ้านชากแง้ว ที่เคยเป็นหมู่บ้านที่เคยคึกคักด้วยผู้คนต่างถิ่น เพราะในอดีตที่นี่เคยเป็นเส้นคมนาคมที่เก่าแก่เส้นทางหนึ่งของภาคตะวันออก  ...ต้องเงียบเหงา



มาวันนี้...ณ ปัจจุบัน "บ้านชากแง้ว" มีแนวคิดในการพัฒนา ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว  เพื่อให้ชาวบ้านในชุมชน ช่วยกันฟื้นฟูวิถีแบบดั้งเดิมของตน และพัฒนาชุมชนชาวจีนโบราณให้เป็น..."ถนนคนเดิน"


ผมมีโอกาสได้ไปเยือนชุมชนชาวจีนโบราณบ้าน "ชากแง้ว" อีกครั้ง เมื่อได้ทราบข่าวมาว่าที่ชากแง้วถูกพัฒนา ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบย้อนยุคในสไตล์...วินเทจ ตลาดร้อยปี อีกครั้ง 

จากพื้นที่ว่างเปล่ารกร้างในอดีต ถูกปรับสภาพแปรเปลี่ยนเป็นลานจอดรถที่กว้างใหญ่เพื่อเอาไว้คอยลองรับนักท่องเที่ยว ที่ยังโหยหาอดีต  แบบโบราณย้อนยุค



โรงหนังโบราณย้อนยุคบ้าน "ชากแง้ว"

จากลานจอดรถ เดินไปยังถนนที่ถูกจัดให้เป็น ถนนคนเดิน สิ่งแรกที่ผมมองหาคือ โรงหนังโบราณ โรงหนังที่ผุพังเสื่อมโทรมเมื่อครั้งที่ผม มาถ่ายภาพเก็บไว้เมื่อสามปีที่แล้ว ถูกพัฒนาให้เป็นโรงหนังย้อนยุค ได้อย่างสวยงาม

ซุ้มประตูใหญ่สไตล์จีน ที่ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับโรงหนัง ข้างบนเขียนว่า "ตลาดจีนชากแง้ว" เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่ถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวลักษณะ "ถนนคนเดิน"

พอผมเดินเข้าไปในซุ้มประตู มีชายร่างเล็กใส่แว่นดำเข้ามาทัก พี่ท่านนั้นคือ บล๊อกเกอร์ "คนสองยุค2503" ที่เคยโลดแล่นในโอเคเนชั่นบล๊อกช่วงที่เหตุการณ์บ้านเมือง ของไทยกำลังร้อนแรงนั้นเอง

"คนสองยุค2503" ที่เคยเติบโตขึ้นมาในชุมชนชาวจีนบ้านชากแง้ว ยิ้มและแสดงออกทางสีหน้าด้วยความอิ่มเอมใจ ที่ได้เห็นบ้านชากแง้ว ถูกพัฒนาให้เป็นถนนคนเดิน แหล่งท่องเที่ยวย้อนยุค แล้วยังบอกผมว่า..."ชายสามหยด" ก็มีส่วนทำให้คนรู้จักชุมชนชาวจีนบ้านชากแง้วมากขึ้นจากบล๊อกเหมือนกัน

บล๊อกเกอร์ "คนสองยุค2503" มาเปิดแผงขายลูกโป่ง เล็กๆ อยู่บริเวณซุ่มนี่เอง และยังบอกกับผมว่า ต่อไปจะติดป้าย ทำให้ใหญ่ขึ้น แล้วเขียนว่า "ลูกโป่ง คนสองยุค2503" อีกด้วยครับ

บล๊อกเก้อร์ "คนสองยุค2503"


ก่อนเข้าไปเดินตามเส้นทางถนนคนเดิน ด้านหน้าบริเวณซุ่ม มีร่มกันแดด ที่ทำด้วยกระดาษสาสีแดง ให้หยิบยืมด้วยครับ เพียงแต่นักท่องเที่ยวนำบัตรประชาชนไปไปแลกไว้ แล้วก็สามารถกางร่มเดินชม เดินชิม ได้เลยไม่ต้องกล้วแดดร้อน


ซุ้มยืมร่มเพื่อกางเดินชม เดินชิมอาหาร บริเวณถนนคนเดินชุมชนจีนโบราณบ้านชากแง้ว


ร้านกระเพาะปลาช้าอาจจะหมด




เราไปตั้งแต่สี่โมงเย็นคนยังน้อย




ไอศครีมกะทิสด


ทอดมันเจ้าอร่อย













บรรยากาศร้านค้า สองฝั่งถนน ที่จัดเป็นโซนถนนคนเดิน


บ่อน้ำ จำลองแบบบ่อจีนโบราณ แลนด์มาร์ค ที่นักท่องเที่ยวต้องถ่ายภาพเป็นที่ระลึก








ซุ่มประตูอีกด้าน ของตลาดจีนชากแง้ว



 อาหารโบราณล้วนอร่อย



จุดนี้เห็นผู้นำชุมชนบอกว่าจะพัฒนาเป็นแลนด์มาร์ค ไว้สำหรับให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพ











วิถีชุมชนที่เรียบง่ายยังมีให้เห็น





ลูกหลานชาวชากแง้วที่ไปทำงานอยู่ต่างถิ่น จะกลับมาบ้านเกิดเพื่อเปิดร้านเมื่อถึงวันเสาร์




มีดนตรีบรรเลง คล้ายเชียงคาน






มีรถลาก แบบชาวจีนไว้คอยบริการเที่ยวละ 50 บาท


มีการแสดงจากเด็กนักเรียนของชุมชน



















ตลาดถนนคนเดินชุมชนชาวจีนบ้านชากแง้วยามค่ำคืน ประดับประดาไฟสวยงาม


จากที่ผมได้มีโอกาสไปเดินเที่ยว เดินชม เดินชิม ที่ชุมชนชาวจีนโบราณบ้านชากแง้วเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา...ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับชาวชากแง้ว พวกเขาบอกว่า สิ่งที่เขาได้รับมากกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการทำอาหาร ขนม นมเนยสูตรโบราณดั้งเดิมมาวางขายหน้าบ้านแล้ว คือความอบอุ่น ความรักของคนในครอบครัวที่มีเพิ่มมากขึ้น

เพราะที่นี่ทุกวันเสาร์ ญาติพี่น้อง ลูกหลานของคนในชุมชนที่ ไปเรียน ไปทำธุรกิจ ไปทำงานทำการที่ต่างถิ่น ก็จะกลับมาบ้านเกิดเพื่อมาช่วยกันพัฒนา มาทำอาหาร ทำขนม ฯลฯ  แล้วนำออกมาขายหน้าบ้าน...

ผมว่าถ้าคนในหมู่บ้านช่วยกันพัฒนาการท่องเที่ยวของชุมชนต่อไปเรื่อยๆแบบนี้...ตลาดร้อยปีที่ไหนก็สู้ไม่ได้ เพราะเสน่ห์ของชุมชนชาวจีนโบราณบ้านชากแง้ว มีอะไรที่น่าค้นหาอีกเยอะครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แกลอรี่รูปภาพTiewZogZag