วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เที่ยวซอกแซก...วังเวียง สปป.ลาว (ตอนที่ ๓)

เดินลัดทุ่งนา...ไปมุดถ้ำน้ำ

 ผม และลูกทัวร์คนอื่นๆลงจากรถกะป้อสองแถวเดินข้ามขัว(สะพาน) แคบๆ ผ่านจุดขายปี้(ตั๋ว) ตรงปลายขัว...ถ้าเรามากันเองโดยไม่ผ่านบริษัททัวร์ ต้องเสียค่าผ่านทางบริเวณนี้ ๕,๐๐๐ กีบ พอดีเราซื้อทัวร์ ก็เลยเดินผ่านฉลุย
ไกด์หนุ่มชาวลาว เดินนำหน้าพาพวกเรา ๙ คนที่เป็นคณะทัวร์เดียวกัน ซึ่งประกอบไปด้วยครอบครัวผม ๓ คน ครอบครัวคนไทย พ่อแม่ลูกฝาแฝดอีก ๔ คน นอกนั้นเป็นฝรั่งสาว ๑ ญี่ปุ่นชายแก่ อีก ๑ เราเดินผ่าน
เราเดินผ่านบ้านเรือนชาวบ้านที่ยังมีวิถีดั้งเดิม เดินไปตามคันนาผ่านท้องไร่ ท้องนา ที่มีแต่ตอข้าวโด่เด่ เพราะข้าวถูกเก็บเกี่ยวหมดแล้ว เราใช้เวลาในการเดินเกือบ ๓๐ นาที ก็ถึงเพิงพัก ที่ถูกสร้างขึ้นริมธารน้ำ ภาพสระน้ำสีเขียวมรกตหน้าถ้ำน้ำ ก็ปรากฏให้เห็นอยู่เบื้องหน้า





เดินผ่านหมู่บ้านในแบบชนบทไปยังถ้ำน้ำ






เดินผ่านทุ่งนา ไปล่องถ้ำน้ำ

 รอคิว...ล่องห่วงยางผจญภัยถ้ำน้ำ
อ้ายไกด์ ชาวลาวของกรุ๊ปเราบอกให้นั่งรออีกประมาณ ครึ่งชั่วโมงถึงจะได้เข้าไปชมถ้ำน้ำ เพราะต้องรอคิวให้กรุ๊ปทัวร์เกาหลี ที่เดินทางมาถึงก่อนหน้าพวกเรา ให้เข้าไปก่อน อีกอย่างคือ ไฟฉายส่องกบที่ใช้คาดหัวนักท่องเที่ยวเพื่อส่องสว่างไม่เพียงพอ ก็ต้องรออีกเหมือนกัน







บรรยากาศโดยรอบของถ้ำน้ำ...ถ้ำใต้ภูเขา


บริเวณโดยรอบของถ้ำน้ำ ถูกโอบล้อมด้วยเทือกเขาหินปูน มีธารน้ำใสเย็น มองเห็นกวดสวยงามชัดเจน น้ำไหลเอื่อยๆ ไม่แรงออกมาจากปากป่องของถ้ำน้ำแห่งนี้ตลอดเวลา...เด็กๆ ชาวลาวถือโอกาสแก้ผ้ากระโดดน้ำเล่นห่วงยางกันอย่างสนุกสนาน
ป่าเมืองลาวนี้แปลกมาก ทั้งๆที่มีธารน้ำ มีต้นไม้ แต่ผมมองหานกแต่ไม่ยักเจอ...เพราะนกเป็นสัตว์ปีกอีกชนิดหนึ่งที่คนลาวนิยมบริโภค จึงมีการล่า นกเลยมีให้เห็นน้อยมาก




 


เด็กๆเล่นน้ำที่ไหลออกมาจากถ้ำน้ำ เป็นธารน้ำใส


เมื่อทุกอย่างพร้อม อ้ายไกด์ชาวลาวเรียกรวมพลอีกครั้งเพื่อ แจกไฟฉายส่องกบ(คาดหัว) คนละ ๑ อัน เพื่อเอาไว้ส่องกบ...เอ๊ย!!  เพื่อเอาไว้ส่องดูความงาม ดูโน้นนี้ภายในถ้ำ...แล้วอ้ายไกด์ก็ยังอธิบายถึงขั้นตอนการเข้าไปในถ้ำ ทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาไทย จัดแจงให้นำสิ่งของที่เสี่ยงต่อการเปียกน้ำ รวมไว้ในถุงกันน้ำที่ได้รับแจกมา เสียดายที่ผม ลืมติดกล้องกันน้ำไปด้วย งานนี้เลยอดเก็บภาพ งามๆ ภายในถ้ำน้ำ
เราเข้าคิวรับแจกเสื้อชูชีพ เสร็จแล้วลูกทัวร์ ก็โดนผู้ช่วยไกด์อีกคนจูงมือ ให้ไปนั่งลงบนห่วงยางที่ลอยรออยู่บนผิวน้ำ ก่อนไกด์จะสาวเชือกที่ขึงเอาไว้เข้าไปภายในถ้ำ โดยมีพวกเราซึ่งเป็นลูกทัวร์ ก็ทำการสาวเชือกแหวกกระแสน้ำที่เย็นเจี๊ยบตามเข้าไปติดๆ
พวกเราสาวเชือก ในขณะที่นอนหงายบนห่วงยางแหวกกระแสน้ำที่เย็นยะเยือก ตามกันเข้าไปภายในถ้ำน้ำใต้ขุนเขาหินปูนที่มืดตึ๊ดตื๋อเรื่อยๆ ...ไฟฉายส่องกบ ได้ทำงานภายในถ้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
ภายในถ้ำน้ำ ไม่มีหินงอก หินย้อย ที่สวยงาม เหมือนดั่งถ้ำหลายๆแห่ง ให้เราชมก็จริง แต่ไฮไลท์ก็อยู่ที่วิธีการเข้ามาภายในถ้ำนี้ละครับ ด้วยความมืด ของถ้ำ  และต้องสาวเชือกลึกเข้าไป ตามโพรงถ้ำที่มีน้ำไหลออกมาเรื่อยๆ ทำให้เกิดการจินตนาการต่างๆนานา ว่าจะเจอสัตว์ประหลาด หรือตัวอะไร โผล่ขึ้นมาจากน้ำ หรือออกมาจากถ้ำบ้างหรือเปล่า...ให้ความรู้สึกที่ตื่นเต้นเร้าใจมากครับ
การเข้าไปภายในถ้ำน้ำในครั้งนี้ ของเรา เหมือนเป็นการผจญภัยในดินแดนที่ลี้ลับ...จนทำให้ผมนึกถึงฉากใน นวนิยายอมตะอันโด่งดัง เรื่องเพชรพระอุมา ตอนที่นายทหารไชยยันต์ อมันตรัยและแหม่มมาเรีย  ฮอฟมัน ตกลงไปในปล่องเหวภายในถ้ำมืด แล้วไหลตามน้ำ ออกไปสู่โลกภายนอกเรื่อยๆ ...ทำให้ผมจินตนาการถ้ำน้ำ แห่งนี้ เป็นเช่นนั้นจริงๆ
เราใช่เวลาในการล่องห่วงยางเข้าไปในถ้ำน้ำ จนกระทั้งออกมาใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง






รอคิว เข้าไปผจญภัยในถ้ำน้ำ



นอกจากมีกิจกรรมเข้าถ้ำน้ำ...ยังมีกิจกรรมแอดเวนเจอร์อย่างอื่นให้เล่นด้วยครับ


ออกมาจากถ้ำน้ำ ก็เป็นเวลาอาหารกลางพอดี ผมยังนึกสงสัยว่าอ้ายไกด์ชาวลาวทำไมต้องนำถ่ายไม้ขึ้นรถมาด้วย ที่แท้ก็นำมาเพื่อก่อไฟย่างบาร์บีคิว ให้ลูกทัวร์นี่เอง...ทุกกรุ๊ปที่ซื้อทัวร์มา จะมีบาร์บีคิวที่ย่างกันสดๆ ริมธารน้ำแจกจ่าย
กรุ๊ปเราต้องเดินกลับไปกินข้าวกลางวันหน้าวัดถ้ำช้างที่เดินผ่านมา...เพราะจุดนั่งทานหน้าถ้ำน้ำถูกทัวร์เกาหลีจับจองไว้หมดแล้ว 


อ้ายไกด์ชาวลาว ย่างบาร์บีคิวให้ลูกทัวร์เพื่อเป็นอาหารกลางวัน





เด็กๆชาวลาวที่ตามไปเล่นน้ำเดินกลับพร้อมกับหาอาหารตามท้องนาไปด้วย







เก็บภาพ ช่วงเดินกลับมาหน้าวัดถ้ำช้าง เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน


ทานอาหารกลางวัน...ก่อนไปพายเรือคายัคล่องลำน้ำซอง
อ้ายไกด์...นำกรุ๊ปของเราเข้าไปนั่งในร้านที่ปูกเป็นเพิงง่ายๆ ริมธารน้ำใกล้ๆ ก่อนนำอาหารกลางวันมาแจกจ่าย มีข้าวผัดหมู ๑ กล่อง หมูย่างบาร์บีคิวคนละ ๒ ไม้ บาเก็ตต์ ๑ อัน พร้อมผลไม้คือกล้วยน้ำว้าคนละ ๒ ลูก
ทุกคนเติมพลังด้วยอาหารแบบง่ายๆริมธารน้ำ อิ่มหนำสำราญกันดีแล้ว ก็เดินพักผ่อนริมน้ำ บ้างก็เข้าไปนมัสการรอยพระบาทในถ้ำช้างที่อยู่ในวัดใกล้ๆ






อ้ายไกด์ชาวลาวจัดเตรียมอาหารกลางวันให้ลูกทัวร์



ทานอาหารกลางวัน ในร้านค้าริมธารน้ำหน้าวัดถ้ำช้าง


ชมถ้ำช้าง

เมื่อก่อนชุมชนชาวบ้านใกล้บริเวณวัดถ้ำช้างยังไม่มีการพัฒนา ก็เลยมีการใช้ถ้ำแห่งนี้เป็นวัดพอมีการสร้างวัด ถ้ำแห่งนี้เคยถูกปล่อยให้ร้างมาระยะหนึ่ง จนมีการพัฒนา ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวให้แวะนมัสการไหว้พระพุทธบาท และพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ในถ้ำ ซึ่งถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๑๑ 
และที่มาของถ้ำช้าง เพราะมีหินปูนที่อยู่ในถ้ำมีลักษณะที่คล้ายช้างครับ


ทางเข้าถ้ำช้าง เป็นถ้ำตื้นๆ ไม่ลึกมาก



มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ในถ้ำช้าง


รอยพระพุทธบาทจำลองที่ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๑๑


หินปูนที่มีลักษณะคล้ายช้าง ที่มาของชื่อถ้ำช้าง



 

ลงเรือคายัค...ล่องลำน้ำซอง

หลังจากที่กรุ๊ปของพวกเราชมถ้ำช้าง กัยเรียบร้อยหมดทุกคนแล้ว ก็เดินข้ามขัว (สะพาน) ไม้เพื่อไปขึ้นรถกระป้อสองแถว เพื่อออกเดินทางสู่ริมน้ำซอง เรานั่งรถกลับไปตามเส้นทางวังเวียงใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง กรุ๊ปของเราก็มาถึงริมน้ำซองจุดเริ่มต้นที่จะลงพายเรือคายัค ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่บริษัททัวร์จัดไว้ในแพ๊คเก็ต ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยววังเวัยงได้มากพอสมควร






นั่งรถกระป้อสองแถว เพื่อไปจุดปล่อยเรือคายัคริมน้ำซอง



ทิวทัศน์ ริมทาง


เตรียมตัว...ล่องลำน้ำซอง
ก่อนลงเรือคายัค อ้ายไกด์ ได้สาธิตการบังเรือให้ลูกทัวร์และทำการแจกจ่ายเสื้อชูชีพ มีแหม่มฝรั่งที่มาในกรุ๊ปเดียวกันที่สั่งให้เอาห่วงยางเพื่อล่องลำน้ำซองแทนเรือคายัค ก็ดูสนุกไปอีกแบบ
ส่วนผมต้องการเก็บภาพบรรยากาศอันสวยงามของสองฝั่งริมน้ำซอง ก็เลยไม่ได้พายเรือเอง มีผู้ช่วยไกด์อีกคนมาทำการพายให้ โดยผมเลือกนั่งหน้า เพื่อบรรนทึกภาพ




 



 
 
บริเวณริมฝั่งน้ำซอง จุดปล่อยเรือคายัค



 
ไกด์สาธิตการพายเรือคายัคให้ลูกทัวร์ ก่อนล่องลำน้ำซอง


ถึงแม้แสงแดดยามสายเหนือขุนเขาหินปูน บนลำน้ำซองจะร้อนแรงขนาดไหน ...แต่ก็ทำให้เราสนุกสนาน ประทับใจในความงดงามของเทือกเขาที่สูงตระหง่านเหนือลำน้ำซอง อีกทั้งวิถีของชาววังเวียงที่อยู่สองฟากฝั่งริมน้ำซองก็มีความงดงามไม่แพ้กัน...



ไม่มีความคิดเห็น:

แกลอรี่รูปภาพTiewZogZag